Homeข่าวสดทันเวลาสั่งเด้งฟ้าผ่า! ผกก.บางกรวย เซ่นซีดีเถื่อน

สั่งเด้งฟ้าผ่า! ผกก.บางกรวย เซ่นซีดีเถื่อน

หลังจากผู้ประกอบการร้องเรียนถูกละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และเพลงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ ปศท.ออกกวาดล้างและบุกทลายแหล่งผลิตย่านบางกรวย จ.นนทบุรี ได้ของกลาง ซีดีนับล้านแผ่น เครื่องไรต์ 14 ชุด ผู้ต้องหา 11 คน เมื่อวันที่ 25 เม.ย. นั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 เม.ย. พล.ต.ท.ธนู ชัยนุกูลศิลา รอง ผบช.ภ.1 ปฏิบัติราชการแทน ผบช.ภ.1 มีคำสั่งว่าเพื่อให้การสืบสวนข้อเท็จจริงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ พ.ต.อ.เอกชัย บุญสิทธิ์ ผกก.สภ.อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พ.ต.ท.ฉัตรชัย จันอ้น สวป. ไปปฏิบัติราชการที่ บก.อก.ภ.1 กำหนด 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย. ถึงวันที่ 25 พ.ค.

ขณะที่ พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผกก.สภ.อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กล่าวว่า อยากขอความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชากวดขันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ทุกอย่าง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ ปศท.ทำงานด้านเดียว จึงมีโอกาสหรือข้อมูลมากกว่าเจ้าของท้องที่ซึ่งต้องรับผิดชอบงานของโรงพักหลายด้าน และจากการเข้าร่วมตรวจสอบแหล่งที่ถูกจับกุมครั้งนี้ พบว่าของกลางไม่ถึง 1 ล้านแผ่น และซีดีโป๊มีเพียง 2 ลัง เท่านั้น

พ.ต.อ.เอกชัยกล่าวต่อไปว่า มีการเสนอข่าวเกินความจริงว่าเป็นแหล่งผลิตใหญ่ ทั้งๆที่ของกลางไม่น่าเกิน 1 แสนแผ่น จึงอยากขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนในการเสนอข่าวด้วย สำหรับเรื่องที่ถูกย้ายไปช่วยราชการนั้น ขอชี้แจงว่าแหล่งลักลอบผลิตได้ย้ายสถานที่ไปเรื่อยและไม่ได้เก็บสินค้าไว้ด้วยกัน นอกจากนี้ การผลิตซีดี เถื่อนใช้เครื่องไรต์ซีดีขนาดเล็ก ไม่ใช่เครื่องปั๊มขนาดใหญ่ ทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ทำงานลำบากมากกว่าพวกที่ทำงานด้านนี้ด้านเดียวที่สามารถติดตามได้ต่อเนื่อง

“แหล่งผลิตเป็นเพียงสถานที่ธรรมดา ไม่ได้เป็นจุดน่าสงสัย ทำให้การจะเข้าไปตรวจสอบเป็นเรื่องทำได้ ยาก และกลุ่มที่ถูกจับครั้งนี้ไม่ได้นำซีดีที่ผลิตเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ แต่ส่งไปกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถสืบทราบข้อมูลมาก่อนว่ามีแหล่งลักลอบผลิตในบางกรวย เพราะคนร้ายก็ระมัดระวังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เหมือนกัน” ผกก.สภ.อ.บางกรวยกล่าว

ส่วน พ.ต.ท.ฉัตรชัย จันอ้น สวป.สภ.อ.บางกรวยกล่าวว่า เป็นตำรวจชั้นผู้น้อย เมื่อมีคำสั่งก็ต้องปฏิบัติตามและพร้อมจะไปช่วยราชการที่ บช.ภ.1 สำหรับเรื่อง ที่ถูกมองว่าปล่อยปละละเลยนั้น ไม่ขอพูดถึง ให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นผู้สรุปผลเอง

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาภาคเอกชน พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบการผลิตเทปและซีดีเพลงภาพยนตร์ เข้าพบ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตร. มอบข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ หลังจากนั้น พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานฝ่ายเดียวจะไม่ได้ผล รัฐกับภาคเอกชนต้องทำงานร่วมกัน เช่นกรณีการจับกุมครั้งนี้ ได้ของกลางกว่า 1 ล้านแผ่นถือว่าเป็นความร่วมมือที่ดี ต้องเอาผิดกับตำรวจท้องที่ เพราะปล่อยปละละเลย

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวต่อไปว่า ขอบอกผ่านสื่อมวลชนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพักว่า ถ้าปล่อยให้มีสิ่งผิดกฎหมาย เจ้าของท้องที่ต้องรับผิดชอบ ทุกคนต้องรู้จักหน้าที่ เมื่อทำดีจะได้รับการยกย่องส่งเสริมให้ ได้ความดีความชอบ แต่ถ้าไม่ทำ ส่วนกลางจะลงไปปฏิบัติ ก็ต้องลงโทษตั้งแต่ระดับหัวหน้าสถานีลงมา

ด้าน พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จะออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบเป็นลำดับชั้น ทุกโรงพักต้องขึ้นบัญชีร้านค้าย่อยในพื้นที่ ว่าร้านใดกระทำผิด เป็นการลงลึกถึงรากหญ้า ส่วนระดับจังหวัดและนครบาล ต้องขึ้นบัญชีผู้กระทำลักษณะเป็นเครือข่ายรับของจากรายใหญ่มาจำหน่ายในพื้นที่ สำหรับระดับภาคต้องมีบัญชีผู้เป็นเครือข่ายใหญ่ ส่วนตำรวจสอบสวนกลางรับผิดชอบผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีศักยภาพแพร่กระจายไปทั่วประเทศ

รอง ผบ.ตร.กล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนั้นต้องระวังการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเครื่องมือทำผิดวัตถุประสงค์ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกพนักงานบางบริษัทพาไปจับพวกละเมิดลิขสิทธิ์แล้วมีการตกลงกันเอง ทำให้เกิดปัญหาพัวพันไปหมด ตรงนี้เป็นตัวบ่อนทำลาย ซึ่งมีรายชื่ออยู่แล้ว