Homeข่าวสดทันเวลาโอเน็ต ยุติใช้ครั้งแรก

โอเน็ต ยุติใช้ครั้งแรก

ความคืบหน้าภายหลังศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ระงับการใช้มติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย หรือ ทปอ. ที่ให้ใช้คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติหรือโอเน็ตครั้งแรกเพียงครั้งเดียว ในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่น ปี 2550 ขณะเดียวกัน ทปอ.ก็ได้มีการประชุมด่วนและลงมติยืนยันให้ผลสอบโอเน็ตครั้งแรกเท่านั้นในการสมัครแอดมิชชั่นนั้น

ที่ศาลปกครองสูงสุด เวลา 10.00 น. วันที่ 26 เม.ย. นายณพวรรช ลิ้มจำรูญธร นักศึกษาปี 1 มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเดินทางมายื่นหนังสือร้องศาลปกครองเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวเกี่ยวกับมติ ทปอ. ที่ยืนยันให้ใช้ผลการสอบโอเน็ตครั้งแรกครั้งเดียวในการสมัครแอดมิชชั่น ทั้ง ทปอ. ระบุว่าไม่เป็นการละเมิดสิทธิเด็กนั้น เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงได้จัดทำรายละเอียดต่างๆ เสนอต่อศาลปกครองสูงสุด เกี่ยวกับคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือจีพีเอเอ็กซ์ คะแนนเฉลี่ยรายกลุ่มสาระ หรือจีพีเอ คะแนนโอเน็ต ซึ่งตนคิดว่าการห้ามนำผลโอเน็ตครั้งที่ 2 ไปใช้สมัครแอดมิชชั่นเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ.2549 เนื่องจากคณะสายสังคมศาสตร์ ส่วนใหญ่ใช้คะแนนโอเน็ตในการคัดเลือกเท่านั้น หากไม่ให้เด็กสอบโอเน็ตได้หลายครั้ง เพื่อใช้คะแนนที่ดีที่สุดไปยื่นสมัคร ก็เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก

นายณพวรรชกล่าวต่อว่า ยังขอต่อศาลปกครองสูงสุดด้วยว่า ขอให้ท่านเห็นใจนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งยื่นฟ้องศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น จนศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพราะการดำเนินการดังกล่าวของนักศึกษากลุ่มนี้ ไม่ได้ต้องการเอาเปรียบใคร ทราบว่าศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นมีคำแนะนำถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่า หากศาลกำหนดวันอ่านคำพิพากษา ควรจะมีผู้ใหญ่มาช่วยเหลือ เท่าที่ทราบ พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และทนายความจากเครือข่ายฯ จะเดินทางไปให้การช่วยเหลือ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับหมายศาลแต่อย่างใด

ด้าน พญ.กมลพรรณกล่าวว่า เครือข่ายฯ พร้อมให้การช่วยเหลือนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้เตรียมทนายความไว้แล้ว ขณะนี้นักศึกษาก็จัดทำคำคัดค้านคำอุทธรณ์ของ สกอ.และ สทศ.อยู่ และทราบว่า ศาลปกครองจังหวัดขอนแก่นได้ส่งสำเนาคำอุทธรณ์ของ สกอ.และ สทศ.ให้กับนักศึกษาแล้ว โดยศาลขอให้นักศึกษาทำคำค้าน ส่งต่อศาลภายในวันที่ 2 พ.ค.นี้

นางอุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. กล่าวว่า ขณะนี้ สทศ.ส่งข้อมูลโอเน็ตปีนี้ให้กับ สกอ. เรียบร้อยแล้ว สกอ.คงจะเริ่มประเมินผลเฉพาะเด็กที่จบ ม.6 ปีนี้ก่อน ตอนนี้ สทศ.ถือว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องรับผิดชอบเรื่องที่ปล่อยให้เด็กซิ่ล สอบโอเน็ตรอบสอง ตอนนี้ทำได้เพียงรอคำสั่งของศาลปกครอง ส่วนที่ สทศ.จะเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงห้ามเด็กสอบโอเน็ตซ้ำนั้น ได้หารือกับ รมว.ศึกษาธิการแล้ว นายวิจิตรต้องการให้นำเรื่องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหาร สทศ.ก่อน ตนจึงจะนำเรื่องนี้หารือกับบอร์ดวันที่ 4 พ.ค.นี้ พร้อมหารือเรื่องการเตรียมจัดการสอบโอเน็ตปีหน้า

ส่วนนายวันชัย ศิริชนะ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเด็กซิ่ลยื่นหนังสือสนับสนุนการใช้ผลคะแนนโอเน็ตครั้งที่ 2 สมัครแอดมิชชั่นต่อศาลปกครองสูงสุด และยื่นที่ รมว.ศึกษาธิการ โดยกล่าวว่า พร้อมฟังความเห็นของนักศึกษา แต่คงไม่มีการทบทวนมติ ทปอ. เพราะมีการพิจารณากันรอบคอบแล้ว ทุกฝ่ายยืนยันว่าแนวทางดังกล่าวถูกต้องแล้ว การจะให้ทบทวนมติ ทปอ. คงจะเร็วเกินไป ยืนยันว่า ทปอ.ไม่ได้ลิดรอนสิทธิของเด็ก เพราะเด็กทุกคนได้ สิทธิเท่ากันหมด ไม่ได้ให้สิทธิพิเศษแก่ใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องใช้โอเน็ตครั้งแรกเหมือนกันหมด ระยะเวลาในการเรียนและเตรียมสอบก็เท่ากัน การสอบในชั้นเรียนมัธยมปลายของทุกคน นักเรียนสอบได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น หากจะถามว่าการสอบโอเน็ตครั้งเดียวเป็นธรรมหรือไม่ ต้องพิจารณาว่า การจะวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต้องวัดผลจากสิ่งที่นักเรียนได้เรียนจากโรงเรียน การให้สอบโอเน็ตเพียงครั้งเดียวหลังศึกษาจบ ม.ปลายจึงเป็นการวัดผลได้ดีที่สุด มติ ทปอ.เดิมที่มีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาข้อสรุปมาหลายครั้ง และประกาศให้ทราบมาโดยตลอด 3-4 ปี ซึ่งมติ ทปอ.ดังกล่าวนี้จะใช้ในการแอดมิชชั่นไปถึงปีการศึกษา 2552

ต่อมาเวลา 18.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งกำหนด/ยก/ไม่รับ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ถึงคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ โดยแจ้งว่า ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ระงับคำสั่งคุ้ม ครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น จังหวัดขอนแก่น ที่ห้ามสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. ดำเนินการคัดเลือกนิสิต นักศึกษา ที่ให้นำคะแนนโอเน็ตครั้งแรกครั้งเดียวมาใช้ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ในระบบแอดมิชชั่น ทั้งนี้ เนื่องจากศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์ สาธารณะ และหากคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น จังหวัดขอนแก่น ยังมีผลบังคับอยู่ สกอ.จะไม่มีหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาคัดเลือกผู้สมัคร และจะไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ได้ จะเป็นเหตุให้สถาบันอุดมศึกษาไม่ สามารถจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2550 ได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรง ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง ศาลปกครองสูงสุดจึงสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น จังหวัดขอนแก่น ไว้เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัยอุทธรณ์

นายวิจิตรกล่าวต่อว่า หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งดังกล่าวออกมาแล้ว จะทำให้ สกอ.สามารถดำเนินการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ตามกำหนดการเดิม โดยจะประกาศผลการคัดเลือกตามระบบแอดมิชชั่นได้ในวันที่ 15 พ.ค. ตามกำหนดการเดิม ส่วนคำพิพากษาของศาลปกครอง จังหวัดขอนแก่น จะเป็นอย่างไรนั้น ก็จะไม่กระทบกับคนจำนวนกว่า 1.2 แสนคนที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอีกต่อไปแล้ว เพราะคำพิพากษาจะมีผลต่อกลุ่มนักศึกษาที่ยื่นฟ้องที่ศาลปกครอง จังหวัดขอนแก่นเท่านั้น

ด้านนายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหา-วิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คำสั่งระงับคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองสูงสุด เป็นการระงับไว้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ศาลปกครองสูงสุดยังไม่ได้พิจารณาคำร้องอุทธรณ์ของ สกอ. และจะพิจารณาก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายได้ส่งสำนวนชี้แจงกลับมายังศาลแล้ว เวลานี้ศาลปกครองสูงสุด ได้ทำสำนวนให้ผู้ร้องแย้งคำขออุทธรณ์ของ สกอ.มายังศาลปกครองสูงสุดแล้ว แต่อย่างน้อยที่สุดคำสั่งระงับชั่วคราวครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าศาลปกครองสูงสุดเห็นผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากคำสั่งระงับคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองขอนแก่น ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาพิพากษาคำอุทธรณ์ต่อไป ในนาม ทปอ.ขอขอบคุณศาลที่เข้าใจและมีคำสั่งดังกล่าวออกมา ทำให้ไม่เกิดผลกระทบอย่างกว้างขวาง แต่อยากบอกเด็กซิ่ลว่า ทปอ. ไม่ได้รังแก หรือกลั่นแกล้ง แต่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาความเป็นธรรมของระบบแอดมิชชั่น